บัวสี่เหล่า

posted on 10 Nov 2010 00:49 by come-and-share
คำพูดต่างๆที่ออกจากปากคนนั้น  ถ้าลองถอยออกมาแล้วมองดีๆ
จะสามารถแสดงได้เห็นถึงตัวตนของคนนั้นๆได้ดีทีเดียว
บางคนโผงผาง แต่เมื่อถึงเวลาคับขันก็แสดงน้ำใจออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ
บางคนดูดี แต่พอถึงเวลาแล้วก็แสดงธาตุแท้ออกมา
 
จาก"คำพูด"ที่ออกมาโดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว
 
สิ่งเหล่านี้ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วมาจากสันดานตัวเองหรือเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมภายนอกหล่อหลอมขึ้นมา
 
 จากคำกล่าวที่ว่า ใช้คนอื่นเปรียบเสมือนกระจกส่งดูตัวเอง
แล้วเราจะเห็นตัวเองที่แท้จริง 
 
อาจจะใช้ไม่ได้กับบางคน เหมือนเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
 
....บัวนั้นมี 4 เหล่า....
 
เหล่าแรก บัวพ้นน้ำ
เหล่าสอง บัวปริ่มน้ำ
เหล่าสาม บัวใต้น้ำ
เหล่าสี่ บัวในตม
 
 
 
 
 
อยู่ที่ตัวคุณแล้วหล่ะว่าจะเลือกอยู่เหล่าไหน
 
 
 
ปล. คนเขียนขออยู่เหล่าที่ 3 ละกัน เพราะยังต่อเรียนรู้อะไรอีกมากมาย
 
อ้างอิงและดัดแปลงจากวิกิพีเดีย
 

ความหมายของบัวสี่เหล่าตามนัยอรรถกถา

เหล่า 1 พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที
เหล่า 2 พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง  เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป
เหล่า 3 พวกที่มีสติปัญญาน้อย  เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง
เหล่า 4 พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน
 
 

Comment

Comment:

Tweet